การอาบน้ำละหมาดตามนบี สตรีไม่ต้องถอดผ้าคลุม – ลูบบนถุงเท้า

การอาบน้ำละหมาดตามนบี สตรีไม่ต้องถอดผ้าคลุม – ลูบบนถุงเท้า

 

มุสลิมหลายคนต้องออกนอกบ้าน เพื่อเรียน ทำงาน หรือไปธุระ เวลาอาบน้ำละหมาดอาจจะไม่สะดวกในบางสถานที่ เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน หรือไปอบรมในสถานที่ต่างๆ อาจไม่มีที่สำหรับให้อาบน้ำละหมาด หรือมีแต่อาจจะทำเลอะเถอะ หรือที่ที่มีเฉพาะอ่างล้างหน้า  เราก็สามารถอาบน้ำละหมาดโดยไม่ต้องถอดผ้าคลุมผม(ฮิญาบ) ของมุสลิมะฮฺ ไม่ต้องถอดถุงเท้าได้ หรือผู้ป่วยที่ได้รับการเข้าเฝือกนั้น ก็สามารถทำน้ำละหมาดได้

 

การอาบน้ำละหมาดโดยไม่ถอดผ้าคลุมผม

 

วิธีอาบน้ำละหมาดโดยไม่ต้องถอดผ้าคลุมศีรษะมี 2 วิธี

 

1.เริ่มต้นอาบน้ำละหมาดไปจนถึงขั้นตอนจะเช็ดศีรษะ ให้ใช้มือทั้งสองรองน้ำแล้วสะบัดโดยให้มือขวาสอดเข้าไปในผ้าคลุมศีรษะ

แล้วให้เช็ดที่ศีรษะเท่าที่มือจะสอดเข้าไปถึง จากก็นำมือขวาออกมาพร้อมกับนำมือทั้งสองสอดเข้าไปในผ้าคลุมศีรษะ จากนั้นก็ให้เช็ดที่ใบหูทั้งสองข้าง

 

 

  1. เริ่มต้นอาบน้ำละหมาดไปถึงขั้นตอนจะเช็ดศีรษะให้ใช้มือทั้งสองรองน้ำแล้วสะบัด โดยให้มือขวา สอดเข้าไปในผ้าคลุมศีรษะ

แล้วให้เช็ดที่ศีรษะเท่าที่มือสอดเข้าไปถึง จากก็นำมือขวาออกมาพร้อมกับนำมือขวานั้นมาลูบด้านบนของผ้าคลุมศีรษะ จากนั้นให้นำมือทั้งสองสอดเข้าไปในผ้าคลุมศีรษะ แล้วให้เช็ดที่ใบหูทั้งสองข้าง

 

 

การอาบน้ำละหมาดโดยการลูบบนถุงเท้า

  1. ผู้ที่สวมใส่รองเท้าจะต้องมีน้ำละหมาดก่อนสวมใส่ทุกครั้ง หมายถึง การที่เราจะสวมใส่ถุงเท้าให้เราอาบน้ำละหมาดก่อน เสร็จแล้วเช็ดเท้าให้แห้ง จากนั้นก็สวมถุงเท้าแล้วไปทำงาน เมื่อได้เวลานมาซ เราก็อาบน้ำละหมาด, พออาบมาถึงการล้างเท้าเราก็ไม่ต้องถอดถุงเท้า ให้เราลูบบทถุงเท้าได้เลย
  2. ถุงเท้าจะต้องไม่เปื้อนนะญิส
  3. อนุญาตให้เช็ดถุงเท้าด้วยสาเหตุที่มีหะดัษเล็กเท่านั้น, หมายถึงหากมีหะดัษใหญ่ก็ต้องอาบน้ำยกหะดัษ เมื่ออาบน้ำยกหะดัษก็ต้องถอดถุงเท้าอยู่แล้วนั่นเอง
  4. อนุญาตให้เช็ดถุงเท้าในระยะเวลาที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น, กล่าวคือ ผู้ที่มิได้เดินทางไกล ศาสนาอนุญาตให้เช็ดภายในระยะ 1 วัน 1 คืน (24 ชั่วโมง) เท่านั้น ส่วนผู้ที่เดินทางไกลอนุญาตให้เช็ด 3 วัน 3 คืน (72 ชั่วโมง) เท่านั้น

วิธีการเช็ดบนถุงเท้า โดยเริ่มเช็ดตั้งแต่ปลายถุงเท้าเรื่อยขึ้นมาจนกระทั่งถึงสุดปลายขอบของถุงเท้า โดยให้มือขวาเช็ดถุงเท้าขวา และมือซ้ายเช็ดบนถุงเท้าซ้ายซึ่งกระทำพร้อมๆ กัน (เสมือนการเช็ดใบหูนั้นเอง) โดยเช็ดถุงเท้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เช่นนี้ก็ไม่ทำให้ห้องน้ำเลอะเทอะแล้ว อีกทั้งไม่ต้องนำนมาซมาชดใช้ที่บ้านอีกด้วยนะครับ, อนึ่ง หุกุมของเช็ดบนถุงเท้าอนุญาตให้กระทำทั้งผู้ชายผู้หญิง

ถ้าอ้างว่าป่วยจึงไม่ละหมาดนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ถึงจะป่วยก็ต้องละหมาด….อิสลามก็มีแนวทางยืดหยุ่นเหมาะสมตามเหตุการณ์

 

 

เคล็ดลับหรือฮิกมะฮ์ของการละหมาดมีมากมายหลายประการ ซึ่งสรุปได้ดังนี้ :

  1. เป็นการเตือนให้มนุษย์รู้จักตนเองว่าเป็นบ่าวของอัลเลาะฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่และ เกรียงไกรเพื่อระลึกไว้ตลอดไป โดยที่กิจการงานในทางโลกและความสัมพันธ์กับผุ้อื่นอาจทำให้มนุษย์หลงลืมตน เอง แต่เมื่อถึงเวลาละหมาดมันจะทำให้เขานึกขึ้นได้อีกครั้งหนึ่งว่าตนเป็นบ่าว ของอัลเลาะฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกร
  2. เพื่อให้ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของมนุษย์ว่า ไม่มีผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือและให้ความสุขที่แท้จริงนอกจากอัลเลาะฮ์ ผู้ทรงเกรียงไกรเท่านั้น แม้เขาจะพบเห็นในโลกนี้ว่ามีสื่อและสาเหตุมากมายที่ดูเพียงผิวเผินแล้ว ช่วยเหลือและให้ความสุข แต่แท้ที่จริงแล้วอัลเลาะฮ์ตะอาลาได้ให้สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องอำนวย ความสะดวกสบายแก่มนุษย์เท่านั้น ทุกครั้งที่มนุษย์หลงลืมและปล่อยตัวไปกับสื่อต่าง ๆ ที่เป็นเพียงผิวเผิน การละหมาดจะเป็นสิ่งคอยเตือนเขาว่าที่แท้จริงนั้นมาจากอัลเลาะฮ์ตะอาลาเพียง องค์เดียว พระองค์ทรงช่วยเหลือ ทรงให้ความสุข ทรงให้โทษ ทรงให้คุณ ทรงให้เป็น และทรงให้ตาย
  3. มนุษย์จะได้ใช้ละหมาดเป็นช่วงเวลาของการสำนึกผิด จากความผิดต่าง ๆ ที่เขาได้ก่อขึ้นเนื่องจากในช่วงวันหนึ่งกับคืนหนึ่งนั้น มนุษย์ต้องเผชิญกับบาปและความผิดต่าง ๆ มากมาย ทังที่เขารู้ตัวและอาจไม่รู้ตัว ดังนั้นการละหมาดระหว่างเวลาหนึ่ง จะช่วยขัดเกลาเขาให้สะอาดบริสุทธิ์จากบาปและความผิดต่าง ๆ ได้ ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวอธิบายเรื่องดังกล่าวไว้ในฮะดิษซึ่งรายงานโดยมุสลิม (668) จากท่านญาบิร บุตร อับดิ้ลลาห์ ได้กล่าวว่า “เปรียบละหมาดห้าเวลาเหมือนแม่น้ำที่มีน้ำมากไหลผ่านประตูบ้านคนใดคนหนึ่งใน พวกท่าน โดยที่เขาอาบน้ำจากแม่นั้นทุกวัน ๆ ละห้าครั้ง” ญาบิรได้กล่าวว่า “ฮะซันได้กล่าวว่า : การกระทำดังกล่าวจะทำให้มีสิ่งสกปรกใดเหลืออยู่อีกไหม?” (หมายความว่า “สิ่งสกปรก” ในที่นี้หมายถึงบาปต่าง ๆ ซึ่งตามรายงานของอะบีฮุรอยเราะฮ์ (ร.ด.) ที่มุสลิม (667) ได้บ่างชี้เช่นนั้น คือ “นั่นก็เหมือนกับละหมาดหน้าเวลาที่อัลเลาะฮ์จะทรงใช้มันลบล้างบาปต่าง ๆ”
  4. ละหมาดเป็นเสมือนอาหารที่หล่อเลี้ยงหลักศรัทธา (อะกีดะฮ์) ที่อยู่ในจิตใจ ความเพลิดเพลินในดุนยาและการลวงล่อของชัยตอน จะทำให้มนุษย์หลงลืมหลักอะกีดะฮ์นี้ ถึงแม้จะถูกปลูกฝังอยู่ในจิตใจแล้วก็ตาม และเมื่อมนุษย์ตกอยู่ในความหลงลืม ในลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่องด้วยเหตุที่จมปลักอยู่ในอารมณ์ใฝ่ต่ำ และเพื่อนฝูงที่เลวคอยชัดนำ ความหลงลืมนี้จะเปลี่ยนเป็นการปฏิเสธและไม่ยอมรับเหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำล่อ เลี้ยงก็จะเหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด และในไม่ช้าต้นไม้นั้นก็จะกลายเป็นฟืนที่ไร้ค่า แต่มุสลิมที่ยืนหยัดปฏิบัติละหมาดอย่างสม่ำเสมอ ละหมาดนั้นก็จะเป็นอาหารคอยหล่อเลี้ยงความมีศรัทธาของเขาให้สดชื่นและงอกงาม ความเพลิดเพลินในดุนยาไม่อาจทำให้ศรัทธาของเขาอ่อนแอและตายได้ (อัลฟิกห์ 1/88-89)

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *