50 ข้อห้าม อิสลามจำเป็นต้องรู้ !!!

 

50 ข้อห้าม อิสลามจำเป็นต้องรู้ !!!

 

ผู้หญิงมุสลิมในฐานะภรรยา อิสลามได้ยกย่องสตรีในฐานะภรรยา และวางข้อปฏิบัติระหว่างสามี ภรรยาไว้อย่างยุติธรรม เพื่อป้องกันการละเมิดจากกันและกัน โดยมีตัวอย่างจากท่านบีมูฮัมหมัดเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติต่อภรรยา

 

ท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร.ด.) เล่าว่า “เมื่อท่านนบีอยู่บ้าน ท่านจะช่วยภรรยาของท่านทำงานบ้านเป็นประจำ” (ฮาดิษสามีภรรยา : รายงานโดย บุคคอรี)

 

มีหะดิษที่รายงานเกี่ยวกับสถานภาพของภรรยาเช่น  “มุสลิมที่สมบูรณ์ยิ่ง คือผู้ที่มีความประพฤติอ่อนโยน และผู้ที่ถูกยกย่องในท่านทั้งหลาย คือผู้ที่มีคุณธรรมที่สุดต่อภรรยาของตน” “โลกมีสิ่งที่อำนวยความสุข แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ กุลสตรีที่เป็นภรรยาที่ดีและมีคุณธรรม”  “โอ้ประชาชนทั้งหลายพวกท่านทั้งหลายมีสิทธิที่ได้รับมอบหมายเหนือฝ่ายสตรี และฝ่ายสตรีก็มีสิทธิเหนือฝ่ายชายเช่นกันในหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมาย ดังนั้นพวกท่านจงได้ปกป้องดูแลภรรยาของพวกท่านด้วยความรักความเมตตาเถิด แน่นอนใครที่ทำได้เช่นนั้นก็เท่ากับเขาได้ปกครองดูแลภรรยาของเขาเอาไว้ให้อยู่ในความพิทักษ์รักษาของพระผู้เป็นเจ้า”

 

นอกจากนี้กุรอานยังกล่าวไว้ว่า “และสิทธิของพวกนางเหมือนกันกับสิทธิของสามี ที่พึงมีอยู่เหนือนางโดยชอบธรรม ” (อัลกุรอาน เกี่ยว กับ ครอบครัว : กุรอาน 2:228)  “และพวกเจ้าจงร่วมชีวิตกับพวกนางด้วยคุณธรรม” (กุรอาน 4:19)

 

แม้ว่า อิสลาม จะอนุญาตให้สามีลงโทษภรรยาได้ โดยไม่เกินกว่าเหตุ

 

แต่สิ่งหนึ่งที่อิสลามห้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ “การตบหน้าภรรยา” เพราะอิสลามถือว่าเป็นการดูหมิ่นเกียรติ และศักดิ์ศรีของภรรยาอย่างรุนแรง

 

นอกจากนั้นแล้ว ข้อความดังกล่าว (ด้านล่าง เป็นเพียง ข้อ ห้าม ผู้ชายมุสลิม + ข้อห้าม ผู้หญิงมุสลิม บางส่วน เท่านั้น)

 

 

 

  1. ห้ามผู้หญิงมุสลิม ยินยอมให้ผู้อื่นเข้าบ้านนอกจากจะได้รับอนุญาตจากสามี (ชายมุสลิม) (ฏ็อบรอนีย์)

 

  1. ห้ามผู้หญิงมุสลิม ให้ร้ายสามีของตน เพราะภรรยาของเขาที่เป็นนางสวรรค์จะกล่าวกับเธอว่า ขออัลลอฮฺทรงลงโทษเธอ แท้จริงแล้วเขาคือผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเธอ แต่เกรงว่าเขาจะถูกพรากจากเธอมาหาเรา (ติรมีซีย์)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม ท่านทั้งหลายอย่าได้รับประทานอาหารด้วยมือซ้ายเป็นอันขาด เพราะแท้จริงชัยฏอนนั้นรับประทานอาหารด้วยมือซ้าย (อิบนุ มาญะฮ)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านอย่ากระทำแข่งกับอิมาม กล่าวคือ เมื่ออิมามตักบีรพวกท่านจึงตักบีรและเมื่ออิมามอ่าน วะลัฎฎอลลีน พวกท่านจงกล่าวอามีน เมื่ออิมามรุกูอพวกท่านก็จงรุกูอตาม เมื่ออิมามกล่าว สะมิอัลลอฮุลิมันหะมิดะฮฺ พวกท่านจงกล่าวว่า อัลลอฮุมมะร็อบบะนาวะละกันหัมอ และอย่าได้เงยศีรษะก่อนอิมามเป็นอันขาด (มุสลิม)

 

  1. ห้ามผู้หญิงมุสลิม เมื่อมุสลิมะห์อยู่ด้วยกัน อย่าได้บรรยายรูปร่างของผู้หญิงมุสลิม ด้วยกันให้สามีของตนเองฟัง เพราะเหมือนกับว่าสามีของนางกำลังมองไปยังเอาเราะฮฺของนาง (บุคอรีย์)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านอย่าได้เจาะจงเอาคืนของวันศุกร์เพื่อทำการนมาซ และอย่าได้ยึดการถือศีลอดเฉพาะวันศุกร์โดยไม่สนใจวันอื่นๆ นอกจากจะเป็นวันที่มีการกำหนดให้พวกท่านถือศีลอด (มุสลิม)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านอย่าได้ดูถูก (การตอบแทน) การทำดีในสิ่งหนึ่ง แม้กระทั่งเรื่องการพบพี่น้องของท่านด้วยใบหน้าที่เบิกบานก็ตาม (มุสลิม)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม มลาอิกะฮฺจะไม่เข้าบ้านที่มีรูปปั้นหรือรูปภาพแขวนอยู่ในบ้าน (มุสลิม)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม สูเจ้าทั้งหลายอย่าด่า ดำหนิเศาะหาบะฮของฉัน ขอสาบานต่อผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า แม้ว่าคนใดในหมู่พวกท่านจะบริจาคทองเท่ากับภูเขาอุฮุดก็ตาม ที่พวกเขาก็มิอาจมี (ความดีหรือตำแหน่ง) เทียงเคียงพวกเขาแม้แต่น้อย (มุสลิม)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านทั้งหลายอย่าด่าผู้ที่ตายไปแล้ว เพราะแท้จริงพวกเขาได้กลับไปสู่สิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้แล้ว (บุคอรีย์)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม สูเจ้าทั้งหลายอย่าด่ากาลเวลา เพราะแท้จริงอัลลอฮฺพระองค์คือกาลเวลา (บันทึกโดย อิหม่าม มุสลิม)

 

12.ข้อห้ามอิสลาม สูเจ้าทั้งหลายอย่าด่าไก่ เพราะแท้จริง ไก่นั้นมันปลุกให้เรานมาซ (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านทั้งหลายอย่าให้สลามเหมือนการให้สลามของพวกยะฮูดีและนะศอรอ เพราะแท้จริง การให้สลามของพวกเขาคือการใช้สัญญาณมือเท่านั้น (บัยฮะกี)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านทั้งหลายอย่าให้อาหารกับคนยากจน ในสิ่งที่พวกท่านไม่รับประทาน (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม ท่านอย่าได้เล่าความฝันให้ใครฟัง ยกเว้นผู้รู้ศาสนาหรือผู้ตักเตือน (ที่หวังดีเท่านั้น) (บันทึกโดย ติรมีซี)

 

  1. ข้อห้ามอิสลาม พวกท่านทั้งหลายอย่าได้เรียกมุนาฟิกว่า ”เจ้านาย” เพราะหากว่าเขาเป็นเจ้านายของพวกท่านตจริงแน่นอนแล้วพวกท่านได้ทำให้พระเจ้าของพวกท่านโกรธแล้ว (เรียกเหมือนประจบประจอ หรือให้เกียรติคนที่เรารุ้ว่ามุนาฟิก ไม่เกี่ยวกับ ตำแหน่ง การงาน)

 

  1. และพระผู้อภิบาลของเข้าได้บัญชาว่า พวกเจ้าอย่าได้อิบาดะฮฺต่อผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และจงทำดีต่อพ่อแม่ของพวกเจ้า เมื่อผู้ใดในทั้งสองหรือท่านทั้งสองล่วงลุถึงวัยชราอยู่กับพวกเจ้า ดังนั้นจงอย่ากล่าวแก่ท่านทั้งสองว่า อุฟ! และอย่าตะคอกตะเพิดท่านทั้งสองและจงพูดแก่ท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่สุภาพอ่อนโยน ( กุรอาน ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ : อายะห์ที่ 23 )

 

  1. และจงให้สิทธิแก่ญาติใกล้ชิด ผู้ขัดสน (มิสกีน) และผู้เดินทาง และจงอย่าสุรุ่ยสุร่าย แท้จริงบรรดาผู้ที่สุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพี่น้องของชัยฏอน และชั้ยฏอนนั้นเนรคุณต่อพระผู้อภิบาลของมัน ( กุรอาน ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ : อายะห์ที่ 26-27 )

 

  1. จงอย่าปล่อยให้มือของเจ้าเป็นห่วงที่คล้องคอของเจ้า(คือตระหนี่ถี่เหนียว)และจงอย่าแบมือออกจนเต็มเหยียด (คือใช้จ่ายอย่างไม่อั้น) มิฉะนั้นแล้ว เจ้าจะกลายเป็นผู้ถูกประณามและสิ้นเนื้อประดาตัว ( กุรอาน ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ : อายะห์ที่ 29 )

 

  1. เมื่อมีคนมาขอค้า (ราคาซื้อขาย)สุนัข จงเอาดินฝุ่นใส่มือเขาไปให้เต็ม (อบูดาวูด)

 

  1. ห้ามผู้หญิงมุสลิม เมื่อสตรีท่านใดจากพวกท่านออกไปมัสยิด จงอย่าใส่ของหอมเป็นอันขาด (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. เมื่อเข้าสิบวันแรก (วันที่ 1-10 ซุลฮิจญะฮฺ) และคนในหมู่พวกท่านต้องการทำกุรบาน ก็จงอย่าแตะต้อง (ตัด โกน ถอน) ผม ขน ของเขาและสิ่งที่แรกว่าฟิฎเราะฮฺของเขา อันได้แก่ เล็บ ขนลับ ขนรักแร้ และหนวดเครา (บันทึกโดย มุสลิม) (จนว่าจะเชือดสัตว์เสียก่อน)

 

  1. เมื่อพวกท่านเห็นญะนาซะฮฺ(ศพมุสลิมที่เสียชีวิตแล้ว) พวกท่านจงยืน และผู้ใดตามไปส่งญะนาซะฮฺ ก็จงอย่านั่งจนกว่าญะนาซะฮฺจะถูกวางลง ( บันทึกโดย บุคอรี-มุสลิม)

 

  1. เมื่อคนใดจากพวกท่านเยี่ยมเยียนพี่น้องของพวกเขาและพักอยู่กับเขา จงอย่าเป็นอิหม่ามนะนมาซจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเขาเสียก่อน (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านยืนนมาซจงอย่าปล่อยให้ใครเดินผ่านหน้าเด็ดขาด จงยับยั้งเขาเท่าที่มีความสามารถ หากเขาฝ่าฝืน จงต่อสู้กับเขา เพราะชัยฏอนอยู่กับเขาขณะนั้น (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านรู้สึกว่ามีการผายลมจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม ถ้าเขาสงสัยจงอย่าเลิกนมาซจนกว่าจะได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นอย่างแน่ใจได้(บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. ห้ามผู้หญิงมุสลิม หญิงใดที่ใส่น้ำหอมแล้วออกจากบ้าน แล้วเดินผ่านกลุ่มชนเพื่อให้ได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ ถือว่าเธอได้ทำซินาแล้ว (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. ห้ามคนใดคนหนึ่งจากพวกท่าน หวงห้ามเพื่อนบ้านในการต่อเติมอาคารติดกับบ้านของเขา (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. อย่าคุยกันตามลำพัง โดยบุคคลที่สามอยู่ด้วยโดยไม่ได้ยิน เพราะเป็นการกระทำที่ให้เขาเสียใจ (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. คนใดจากพวกท่าน เวลาขอดุอาอย่าขอว่า โอ้อัลลอฮฺ อภัยให้ข้าพระองค์ด้วยถ้าพระองค์ทรงประสงค์ เมตตาข้าพระองค์ด้วยถ้าพระองค์ทรงประสงค์ ให้ปัจจัยยังชีพข้าพระองค์ด้วยถ้าพระองค์ทรงประสงค์ แต่จงตั้งใจขอ เพราะพระองค์ไม่ทรงกระทำในสิ่งถูกบังคับ แต่จะกระทำตามประสงค์ของพระองค์ (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. ไม่อนุญาตให้คนหนึ่งสั่งอีกคนหนึ่งให้ลุกจากที่นั่ง เพื่อเขาจะได้นั่งที่นั้น แต่จงให้มีการขยับขยายที่และเปิดทางให้กว้าง ๆ (อะหมัด)

 

  1. ห้ามผู้ชายมุสลิม ห้ามผู้ชายมองเอาเราะฮฺของผู้ชายด้วยกัน ห้ามผู้หญิงมองเอาเราะฮฺของผู้หญิงด้วยกัน ห้ามผู้ชายกับผู้ชายอยู่ในผ้าผืนเดียวกัน และห้ามผู้หญิงกับผู้หญิงอยู่ในผ้าผืนเดียวกัน (มุสลิม)

 

  1. ห้ามผู้ชายมุสลิม ห้ามคนใดคนหนึ่งจากพวกท่าน สัมผัสอวัยวะเพศของเขาด้วยมือขวาขณะปัสสาวะ อย่าเช็ด (ทำความสะอาด) ด้วยมือขวาและอย่าเป่าลงในภาชนะ (ขณะดื่ม) (มุสลิม)

 

  1. ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เอาของขวัญ หรือบริจาคแล้วเอากลับคืนนอกจากสิ่งที่พ่อแม่ให้กับลูก ซึ่งอุปมาผู้ให้แล้วเอากลับคืน อุปไมยดังสุนัขที่กินจนอิ่ม แล้วอาเจียนแล้วกลืนกลับเข้าไป (อะหมัด)

 

  1. บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าทำให้การบริจาคทานของสูเจ้าไร้ผลด้วยการลำเลิก และการก่อความเดือดร้อน เช่นผู้ที่บริจาคทรัพย์ของเขาเพื่ออวดอ้างผู้คน อีกทั้งเขาไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 264)

 

  1. แท้จริง บรรดาผู้ชอบที่จะให้เรื่องบัดสีแพร่หลายไปในหมู่ผู้ศัรทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และอัลลอฮฺทรงรอบรู้และพวกเจ้าไม่รู้ (อันนูร : 19)

 

  1. ใครปฏิบัติการงานใดที่ไม่สั่งของเราถือเป็นโมฆะ (มุสลิม)

 

  1. ผู้ใดโกหกต่อฉันโดยเจตนา ดังนั้นเขาจงเตรียมที่พำนักสำหรับตัวเขาในไฟนรก (บุคอรีย์-มุสลิม)

 

  1. แท้จริง บรรดาผู้กล่าวโทษบรรดาหญิงบริสุทธิ์ หญิงไม่รู้เรื่องอะไร หญิงผู้ศรัทธา พวกเขาถูกสาปแช่งทั้งโลกนี้และโลกหน้า และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างมหันต์ (อันนูร : 23)

 

  1. พวกท่านพึงระวังเรื่องการคิดสงสัย แท้จริง การคิดสงสัยคือคำพูดที่โกหกที่สุด (บุคอรีย์-มุสลิม)

 

  1. ห้ามผู้ชายมุสลิม ท่านอบู กุฮาฟะฮฺ บิดาของท่านอบูบักรถูกนำมาในวันที่พิชิตมักกะ ในสภาพที่ผม เครามีสีขาวหงอก ท่านรซูล กล่าวว่า พววกท่านจงเปลี่ยนสีผมและเครานี่แต่จงหลีกเลี่ยงสีดำ (บันทึกโดย มุสลิม)

 

  1. ห้ามผู้ชายมุสลิม ท่านรซูล เห็นเด็กคนหนึ่งโกนผมบางส่วนและปล่อยทิ้งไว้บางส่วนบนศีรษะของเขา ท่านนบี จึงห้ามพวกเขาจากการกระทำดังกล่าว และกล่าวว่า จงโกนมันทั้งหมดหรือไม่ก็ปล่อยมันไปทั้งหมด (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. ห้ามผู้ชายมุสลิม แท้จริงท่านนบี ห้ามการกอดเข้าในวันศุกร์ขณะอิมามกำลังกุฎบะฮฺ (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

  1. ห้ามหญิงมุสลิม มีหญิงคนหนึ่งถามท่านนบีว่าโอ้ท่านรซูล แท้จริงลูกสาวฉันเป็นคนผมร่วงและฉันกำลังจะแต่งงานให้เธอแล้วฉันจะต่อผมให้เธอได้ไหม? ท่านนบีตอบว่าอัลลอฮฺสาบแช่งผู้ที่ใส่ผมปลอมและผู้ที่ทำผมปลอม (บันทึกโดย บุคอรีย์-มุสลิม)

 

  1. อัลลอฮฺสาปแช่งผู้ที่ทำหน้าที่สัก และผู้ที่ขอให้มีการสักผู้ที่ถอนขนคิ้ว ผู้ที่ดัดฟัน(เพื่อความสวยงาม) และผู้ที่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺสร้างมา มีผู้หญิงคนหนึ่งพูดคุยกับท่านในเรื่องนี้ ท่านตอบว่า จะไม่ให้ฉันสาปแช่งผู้ที่ท่านนบีสาปแช่งได้อย่างไรทั้งๆที่มีอยู่ในคัมภีร์ของพระองค์ ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า และสิ่งใดที่ท่านรซูลนำมาพวกท่านจงยึดมันและสิ่งใดที่ท่านห้ามพวกท่านๆจงหยุดเสีย (บันทึกโดย บุคอรีย์-มุสลิม)

 

  1. แท้จริงบาปใหญ่อีกประการหนึ่ง ณ อัลลอฮฺก็คือการที่ชายคนหนึ่งแต่งงานกับหญิงแล้วได้หลับนอนกับนางแล้วก็หย่านางพร้อมกับเอามะฮัรของนางไปด้วย ผู้ที่ว่าจ้างให้คนหนึ่งทำงานแล้วโกงค่าแรงเขาปละผู้ที่ฆ่าสัตว์โดยไม่มีเหตุผล (บันทึกโดย ฮากิม)

 

  1. แท้จริงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่ฉันกลัวต่อประชาชาติของฉันก็คือ พวกหน้าไหว้หลังหลอกทุกคนจะมีวิธีพูดที่น่าเชื่อถือ (บันทึกโดย อะหมัด)

 

  1. แท้จริงบรรดาผู้ที่ปิดบังหลักฐานอันชัดเจน และข้อแนะนำอันถูกต้องที่เราได้ให้ลงมาหลังจากที่เราได้ชี้แจงมันไว้แล้วแล้วคัมภีร์สำหรับมนุษย์นั้น ชนเหล่านี้แหละอัลลอฮฺจะทรงขับไล่พวกเขาให้พ้นความเมตตาของอัลลอฮฺ (อัลบะเกาะเราะฮฺ :159 )

 

  1. และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามทางอื่นๆ เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของอัลลอฮฺ นั่นแหละที่พระองค์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรง (อัลอันอาม :153)

 

  1. ฉันได้เข้าพบท่านนบี พร้อมกับลูกหลานของลุงฉันสองคน ซึ่งคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า โปรดให้ฉันได้เป็นผู้นำในบางสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงมอบหมายให้ท่านอีกคนหนึ่งก็กล่าวเช่นเดียวกัน แต่ท่านนบี กล่าวว่า แท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่าฉันจะไม่ยอมมอบหมายงานชิ้นนี้ให้กับผู้ที่อยากได้มันหรือผู้ที่เฝ้าคอยมัน (บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

Source:

 

www.islamhouse.com

 

www.halalbangkok.com

 

 www.sunnahstudent.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *